ท่านอยู่ที่  หน้าหลัก ขนมไทย ข้อเสนอแนะในการทำขนมหวานไทย
 
 
 
 

ข้อเสนอแนะในการทำขนมหวานไทย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
           
           การทำขนมหวานไทย เทคนิคการประกอบเป็นเรื่องสำคัญ สำหรับผู้ประกอบขนมหวานไทยให้ได้ลักษณะที่ดี
และมีความน่ารักประทาน ซึ่งประกอบไปด้วย ลักษณะ กลิ่น สี ดังนี้คือ

          1. การลอยน้ำดอกไม้สด ดอกไม้ที่ใช้ลอยจะมีดอกมะลิ และดอกกระดังงา


  • ดอกมะลิ จะมีความหอม หอมเย็น ๆ เมื่อดอกเริ่มบานจะส่งกลิ่นหอมเด็ดเอาก้านออกใช้ประใช้ประมาณ
    1/2 ถ้วย ใส่ลงในน้ำสะอาด 5-6 ถ้วย   ทำโดยเบามือโดยลอยทางด้านก้านลง เว้นที่ว่างไว้โดยทั่ว เพื่อ
    ให้น้ำเก็บกลิ่นหอมจากดอกมะลิ  ปิดฝาภาชนะให้สนิททิ้งค้างคืนไว้ เวลาที่เหมาะสำหรับเตรียมน้ำดอก
    มะลิควรเป็นเวลา 18.00 นาฬิกา และเก็บดอกไม้ขึ้นจากน้ำที่แช่ในตอนเช้าประมาณ 6 โมงเช้า เก็บดอก
    มะลิออกให้หมดอย่าทิ้งไว้นาน ดอกมะลิจะช้ำ ทำให้กลิ่นไม่ดี
  • ดอกกระดังงา   มีกลิ่นหอม   เวลาใช้เอากลีบดอกกระดังงาแก่จัดประมาณ   2-3 ดอก    ลนไฟด้วยเปลว
    เทียนอบ    เพื่อต้องการให้กระดังงาช้ำจึงมีกลิ่นหอม     ใส่ดอกกระดังงาไปในน้ำปิดฝาให้สนิททิ้งค้าง
    คืนเช้าวันรุ่งขึ้น   เปิดฝาช้อนดอกไม้ขึ้นจากน้ำ    หากทิ้งไว้จะทำให้ดอกไม้ช้ำ     กลิ่นที่ได้จะเปลี่ยนไป

          2. วิธีอบควันเทียน      วางเทียนอบ เรียงขนมที่จะอบควันเทียนลงในภาชนะที่มีฝามิดให้เป็นชั้น   ให้มีที่ว่าง
ระหว่างขนมแต่ละชั้นเหลือที่ไว้วางเทียนอบ     เมื่อพร้อมแล้วนำเทียนอบใส่ถ้วยกระเบื้องหรือถ้วยแก้ว   จุดเทียนอบ
ให้ลุกไหม้ คอยสักครู่  จึงเป่าเทียนให้ดับจะเกิดควันขึ้นมาก  รีบปิดฝาภาชนะให้สนิท   พักไว้ประมาณ 20-30 นาที
จึงค่อยเอาเทียนออก  ถ้าขนมยังไม่มีกลิ่นให้ทำช้ำได้อีก 2-3 ครั้ง  หรือจะใช้วิธีจุดควันเทียนแล้วนำมาวางในภาชนะ
ที่มีขนมต้องการอบควันเทียน  วางเทียนอบไม่ต้องดับหาฝาปิดครอบไว้  20-30  นาที   เทียนจะดับเองและเกิดควัน
อบขนมให้หอมได้

          วิธีการทำขนมไทยประเภทต่าง ๆ

          ประเภทต้มและนิ่ง แต่ละชนิดย่อมมีวิธีทำแตกต่างกัน จำแนกได้ ดังนี้


  • ข้าวเหนียว  เป็นธัญพืชที่ให้ความเหนียว  ความมัน  มีรสชาติน่ารับประทานนิยมใช้ทำขนม  แต่หุงต้ม
    เช่นเดียวกับข้าวสารไม่ได้    เพราะข้าวเหนียวมีความแน่นมากกว่า       เพื่อเป็นการช่วยให้เซลของข้าว
    เหนียวขยายตัวได้รวดเร็ว   ในการหุงต้มจึงนำข้าวเหนียวแช่น้ำเสียก่อน  ไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง   หากมี
    ความต้องการที่จะใช้ในเวลารวดเร็วใช้น้ำอุ่นแช่       การนำสารส้มเพียงเล็กน้อยมาใส่ลงในข้าวเหนียว
    ขณะที่แช่ จะช่วยให้ข้าวเหนียวขาวสะอาด   ขนมบางชนิดใช้ทั้งวิธีนิ่ง  ต้ม และผัด  เช่น    ข้าวต้มผัด
    ข้าวเหนียวต้มกับหัวกะทิให้พอสุกมีไตเล็กน้อย  กะทิแห้งใส่น้ำตาลลงผัดแล้วจึงนำมาห่อ และนำไปนึ่ง
    หรือต้มอีกครั้งหนึ่ง ข้าวเหนียวเมื่อได้รับความร้อนและน้ำจากภายนอกซึมเข้าไปในเม็ดข้าว ข้าวเหนียว
    ก็ขยายตัวได้รวดเร็ว  ข้าวเหนียวมีความนิ่มนวลการห่อควรระมัดระวัง  ถ้าห่อไม่แน่นก็ทำให้น้ำซึมเข้า
    ไปในข้าวเหนียวมาก      ทำให้แฉะไม่อร่อย       ข้าวเหนียวที่นึ่งแล้วหากมีการมูลต้องทำอย่าวรวดเร็ว
    เพื่อรักษาความร้อนไว้    เมื่อผสมกะทิลงไปในข้าวเหนียวอาศัยความร้อนที่มีอยู่    ช่วยให้เซลของแป้ง
    ขยายตัวได้อีกการนึ่งข้าวเหนียวควรระวังให้ได้รับความร้อนที่เพียงพอ
  • ข้าวต้มน้ำวุ้น   ใช้ข้าวเหนียวแช่น้ำห่อด้วยใบตองแล้วนึ่ง   หากต้องการให้เนื้อบข้าวต้มน้ำวุ้น แน่นและ
    เหนียวจะต้องห่อให้แน่นใช้เวลาต้มนาน  วิธีห่อก็เป็นส่วนสัญมาก  ในขณะทีตักข้าวเหนียวใส่ในตองที่
    ห่อ ควรตักข้าวเหนียวให้ติดน้ำด้วยแล้วห่ออย่างรวดเร็ว  จะช่วยให้มีน้ำติดอยู่ในข้าวเหนียว เมื่อนำไป
    ต้มจะช่วยให้ข้าวเหนียวขยายตัวได้ เนื้อข้าวต้มน้ำวุ้นจะนิ่มดี
  • แป้ง   แป้งสดใช้ทำขนมได้หลายวิธี  เช่น  กวน ต้ม นึ่ง     หากใช้วิธีต้มหรือนึ่งต้องนวดให้แป้งนิ่มเสีย
    ก่อน การใช้แป้งสดทำขนม    จะได้รสดีกว่าใช้แป้งแห้ง       แต่ในบางโอกาสที่จำเป็นต้องใช้แป้งชนิด
    แห้ง     จึงควรทราบวิธีทำแป้งแห้งให้มีคุณภาพใกล้เคียงกับแป้งสด   เช่นแป้งข้าวเจ้า  ใช้แป้งข้าวเจ้า
    1 ถ้วยตวง เติม ด้วยแป้งมันสัก 1-2 ช้อนโต๊ะ  หรือจะใช้แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ ผสมแป้งท้าวยายม่อม 1
    ช้อนโต๊ะ ก็จะได้แป้งที่มีเนื้อนิ่ม

 
 

อ่านต่อหน้า 1   2  3
 
 
   
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พศ. 2537 ห้ามลอกเลียน ทำสำเนา
ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือไม่ว่ารูปแบบใด ๆ นอกจากจะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น