| |
|
|
| |
การผสม |
|
| |
การผสมแป้งคุกกี้
จะต้องใช้ความเข้าใจและความระมัดระวังเป็นพิเศษ
เพราะคุกกี้ที่ผสมไม่ดีอาจแข็ง
เหนียว มีลักษณะไม่น่ารับประทาน กระด้าง สำหรับการผสมคุกกี้หลักทั่ว ๆ ไป ต้องตีเนยกับน้ำตาลให้ขึ้นฟู
แล้ว
เติมไข่ไก่ทีละฟอง ตีต่อไปให้เข้ากัน ใส่กลิ่นและนมตีให้เข้ากัน
(การใส่กลิ่นและนมในขั้นนี้ เพราะเป็นของเหลว
ชนิดที่มีไขมันอยู่และมีปริมาณน้อย ไม่ทำให้ส่วนผสมเสียโครงสร้าง)
ใส่แป้งลงผสมเบา ๆ เร็ว ๆ เพื่อไม่ให้
เกิดการผสมนาน เกินไป เพราะถ้าผสมนานกลูเต้นที่เกิดขึ้นจะทำให้ส่วนผสมแห้ง
และเหนียว เมื่อนำไปหยอด
คุกกี้จะแข็ง ถ้าต้องการคุกกี้ที่ร่วน มัน ควรผสมไขมัน
น้ำตาล ของเหลวให้เข้ากัน แล้วจึงผสมแป้ง การผสมควร
ทำโดยเร็ว นำมากดเป็นรูปร่างต่าง ๆ
|
|
| |
คุกกี้เมื่อผสมแล้วควรหยอดหรือทำเป็นรูปร่างทันที
หากปล่อยไว้นานคุกกี้จะแห้ง
การหยอดคุกกี้ควร
หยอดหรือทำเป็นรูปร่างเท่า ๆ กันทุกชิ้น หยอดลงในถาดที่ทาไขมันไว้ให้ห่างกันประมาณ
1 นิ้ว เพราะเมื่ออบ
แล้วคุกกี้จะได้ไม่ติดกัน เนื่องจากคุกกี้ขยายตัวเมื่ออบ
|
|
| |
การอบ |
|
| |
คุกกี้ที่ผสมด้วยส่วนผสมที่มีคุณภาพดี
อาจจะเสียได้ถ้าอบไม่ถูกต้อง ถาดที่ใช้อบคุกกี้ควรทาไขมัน
อุณห-
ภูมิที่ใช้อบคุกกี้ ที่มีส่วนผสมของน้ำตาลและไขมันสูงควรต่ำกว่าอุณหภูมิที่ใช้อบคุกกี้ทั่วไป
การอบคุกกี้ควรนำ
ออกจากเตาอบเมื่อคุกกี้เหลืองสวย
|
|
| |
การอบคุกกี้
ต้องตั้งอุณหภูมิให้ได้เท่าที่ตำราบอกไว้ก่อนใส่คุกกี้เข้าอบ
อุณหภูมิของเตาอบมีส่วนสำคัญ
มาก เพราะคุกกี้บางชนิดถ้าอุณหภูมิไม่ถึง คุกกี้อยู่ในเตาอบนานจะทำให้คุกกี้แบนราบ
อุณหภูมิที่ใช้อบคุกกี้แต่ละ
ชนิดไม่เท่ากัน แต่จะอยู่ประมาณ 180 - 200 องศาเซลเซียล
ถ้าอบไฟแรงเกินไปจะทำให้คุกกี้ไหม้ ข้างในไม่สุก
และไม่กรอบ ไม่น่ารับประทาน
|
|
| |
การทำให้เย็น |
|
| |
เมื่อนำคุกกี้ออกจากเตาอบแล้ว
ควรทำให้เย็นโดยเร็ว รีบแซะขนมออกจากถาดทันทีในขณะที่คุกกี้ยังร้อน
อยู่ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการแตกหักของคุกกี้
เนื่องจากคุกกี้เมื่อเย็นลงแล้วจะแข็งตัวและแตกหักได้ง่ายเมื่อแซะออก
จากถาด
|
|
| |
การเก็บคุกกี้ |
|
| |
ควรเก็บคุกกี้ขณะที่ยังอุ่น
ๆ ไม่ถึงกับเย็นสนิท เพราะถ้าพักไว้จนคุกกี้เย็นสนิทจะทำให้คุกกี้สัมผัสกับความ
ชื้น ทำให้คุกกี้ไม่กรอบ ควรเก็บใส่ขวดหรือใส่โหลที่มีฝาปิดมิดสนิท เพื่อกันลมและรักษาให้คุกกี้กรอบได้ทนนาน
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|