อาหารไทย ขนมไทย ขนมอบ อาหารว่าง อาหารนานาชาติ
ขณะนี้ท่านอยู่ที่  หน้าหลัก  ขนมอบ  เค้ก ขั้นตอนการทำเค้ก
 
 
  เค้ก
สูตรเค้ก

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เค้ก
ขั้นตอนการทำเค้ก
 

 
   การอบเค้ก  
 
          การอบเค้ก   เป็นสิ่งสำคัญในการทำเค้ก เพราะการใช้อุณหภูมิในการอบเค้กชนิดต่าง ๆ  นั้นย่อมแตกต่าง
กันออกไป  แต่ที่แน่นอนของการอบเค้กทุกชนิด  ผู้ทำเค้กจะต้องเปิดอุณหภูมิของเตาอบให้ได้ตามวัตถุประสงค์
ในการอบเค้กชนิดนั้น ๆ  ก่อนเริ่มลงมือทำ การอบเค้กชนิดต่าง ๆ คือ

 
   เค้กเนย  
 
          เค้กเนยที่ผสมแล้วควรเทใส่ในพิมพ์ที่ทาด้วยไขมัน  แล้วเคาะแป้งนวลเพื่อไม่ให้เค้กติดก้นพิมพ์  หรือจะ
ใช้กระดาษไขรองก้นพิมพ์แล้วทาไขมันก็ได้  ควรใส่เนื้อเค้กประมาณ 1/2  หรือ 2/3  ส่วนของพิมพ์ เสร็จแล้ว
รีบนำเข้าเตาอบที่ตั้งอุณหภูมิไว้  คือ 180  ํ ซ.   ถ้าผสมเค้กเสร็จแล้ววางพักไว้นาน  จะเกิดปฏิกิริยาของผงฟูกับ
ของเหลวในส่วนผสมผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ ซึ่งเป็นการทำให้ขนมเค้กขึ้นฟูจะสูญเสียออกไปมากระหว่าง
การรอเข้าเตาอบ เค้กที่อบออกมาจะมีลักษณะที่ไม่ดี
 
 
          การอบเค้กเนยที่เป็นปอนด์อันใหญ่ จะใช้เวลาในการอบนานถึง 40 - 50 นาที  แต่ถ้าอบเค้กถ้วยเล็ก ๆ จะ
ใช้เวลาเร็วขึ้นประมาณ 15 - 20 นาที
 
 
          การตรวจสอบว่าเค้กเนยสุกดีแล้วหรือไม่ สามารถทำได้โดยใช้ไม้แหลมเล็ก ๆ จิ้มลงในเนื้อเค้กเมื่อดึงออก
มาจะไม่มีเนื้อเค้กติดออกมา แสดงว่าเค้กอบสุกดีแล้ว  หรือรอบ ๆ ข้างเค้กร่อนจากพิมพ์  จึงนำออกจากเตาตั้งพัก
ไว้ประมาณ 5 นาที จึงเอาออกจากพิมพ์แล้วพักให้เย็น ก่อนนำไปแต่งหน้า

 
   สปันจ์เค้ก  
 
          เค้กชนิดนี้เมื่อผสมแล้วเทใส่พิมพ์นำเข้าอบทันที ถ้าทิ้งไว้นานฟองอากาศที่เกิดขึ้นจากการผสมจะสูญเสีย
ไปในระหว่างการรอคอย    เพราะการทิ้งไว้นอกเตาอบนาน  เซลอากาศลดลงได้ ทำให้ปริมาตรของเค้กสูญเสีย
และเนื้อเค้กไม่ดี
 
 
          พิมพ์ที่ใช้กับเค้กชนิดนี้   จะทาไขมันและรองด้วยกระดาษไขตามขนาดของพิมพ์ที่ใช้  การอบเค้กชนิดนี้
ผู้ทำเค้กควรเปิดอุณหภูมิเตาอบให้ได้ตามต้องการที่จะใช้ เพราะเมื่อเค้กผสมเค้กเสร็จก็สามารถนำเข้าอบได้ทันที
และควรเทส่วนผสมประมาณ 2/3 หรือ 3/4 ของพิมพ์  เพราะเมื่อเค้กฟูจะขึ้นเต็มพิมพ์ อุณหภูมิที่ใช้ควรอยู่ใน
ช่วง 340 - 400 องศาฟาเรนไฮท์
 
 
          การตรวจสอบว่าสปันจ์เค้กอบสุกดีแล้วตรวจได้โดยการใช้นิ้วแตะลงบนหน้าเค้ก จะมีความรู้สึกแน่นและ
เป็นสปริง คือรอยนิ้วมือจะถูกดันกลับขึ้นมา แสดงว่าเค้กสุกแล้ว เมื่อนำเค้กออกจากเตาอบต้องเทคว่ำพิมพ์ทันที
เพื่อให้ผิวนอกของเค้กสม่ำเสมอ และเอาออกจากพิมพ์ได้ง่าย
 
 
          พิมพ์ที่ใช้กับเค้กแองเจิ้ลฟูดเค้ก สำหรับเค้กชนิดนี้นิยมใช้พิมพ์ที่มีปล่องตรงกลาง ไม่ต้องทาไขมันที่พิมพ์
แต่ต้องล้างให้สะอาด    การอบเค้กชนิดนี้จะใช้อุณหภูมิต่ำกว่าสปันจ์    เนื่องจากแองเจิ้ลฟูดเค้กมีปริมาณน้ำตาล
อยู่สูง  อุณหภูมิที่อบประมาณ 325 - 350 องศาฟาเรนไฮท์ และก็ขึ้นอยู่กับขนาดของเค้กด้วย ใช้วิธีการตรวจว่า
เค้กสุกแล้วหรือยัง    ใช้วิธีเดียวกับสปันจ์เค้กหลังจากนำออกจากเตาอบ    จะต้องคว่ำพิมพ์ทันทีแล้วพักไว้ให้เย็น
จึงนำออกจากพิมพ์

 
   ชิฟฟ่อนเค้ก  
 
          ส่วนผสมของเค้กชนิดนี้สามารถนำไปทำเค้กได้หลายชนิด เช่น แยมโรล เค้กม้วน เค้กปอนด์ ซึ่งขึ้นอยู่กับ
ความหนาและขนาดของเค้กรวมไปถึงการอบด้วย   ขนาดและความหนาของเค้กจะต้องเป็นสัดส่วนกับอุณหภูมิ
ที่ใช้อบ   ชิฟฟ่อนเค้กเมื่อนำไปอบจะขึ้นฟูอย่างรวดเร็วและมีปริมาตรสูง   เนื่องจากการขยายตัวของเซลอากาศ
ที่เกิดขึ้นจากการตีไข่ขาว   และจากปฏิกิริยาของผงฟูที่ใส่ในส่วนผสม    จะต้องอบเค้กให้สุกอย่างทั่วถึงเพื่อให้
แน่ใจว่าโปรตีนในไข่และกลูเต้นที่มีอยู่ในแป้งแข็งตัว จนกลายเป็นโครงร่างของเค้กต่อไป        ชิฟฟ่อนเค้กจะมี
ลักษณะ แน่นตัวและเป็นสปริงเมื่ออบสุกดี ดูว่าเค้กสุกหรือไม่โดยใช้ไม้จิ้ม ถ้าเค้กติดไม้แสดงว่ายังไม่สุก  เมื่ออบ
สุกนำออกจากเตา คว่ำเค้ก ๆ จะหดตัวและหลุดออกจากพิมพ์

 
     
   
     
 
   
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พศ. 2537
 
   
ห้ามลอกเลียน ทำสำเนา ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือไม่ว่ารูปแบบใด ๆ นอกจากจะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น