| |
|
|
| |
ชนิดของเค้ก |
อุณหภูมิที่ใช้ในการอบ (ฟาเรนไฮท์) |
เวลาที่ใช้อบ
(นาที) |
| เค้กปอนด์
|
340
- 350 |
40
- 60 |
| เค้กไข่ขาว
(ใช้เฉพาะไข่ขาว) |
350 - 360 |
30
- 50 |
| เยลโรเค้ก
(ใช้เฉพาะไข่แดง) |
350
- 350 |
30
- 50 |
| เค้กผลไม้
|
300
- 350 |
35
- 45 |
| เค้กแถวแบบขนมปัง
|
370
- 380 |
30
- 45 |
| เค้กม้วน
แยมโรล |
380
- 420 |
7
- 10 |
| เค้กถ้วย |
350
- 375 |
20
- 25 |
|
|
| |
|
|
| |
ฉะนั้นการอบเค้กควรที่จะต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ขนมเค้กที่อบออกมามีลักษณะน่ารับประทาน
หรือไม่นั้น อุณหภูมิในการอบเป็นเรื่องสำคัญ
|
|
| |
ถ้าอบเค้กนานเกินไป
เนื้อเค้กจะแห้งและเปลือกนอกจะหนา และถ้าอุณหภูมิในเตาอบต่ำมาก จะทำให้เนื้อ
เค้กภายในสีอ่อนไม่สวย ความแห้งของเค้กที่เกิดขึ้นจากการอบนานเกินไป เพราะความชื้นในตัวเค้กระเหยไป
มากกว่าปกติ
|
|
| |
การอบเค้กเร็วเกินไป
ถ้าอุณหภูมิของเตาอบสูงมาก จะทำให้เปลือกนอกของเค้กหนาและแข็งเกิดขึ้นอย่าง
รวดเร็ว เปลือกนอกของเค้กจะมีสีน้ำตาลไหม้ก่อนที่เนื้อเค้กภายในจะสุก
ทำให้ไม่น่ารับประทานและปริมาตร
ของเค้กมีขนาเล็กด้วย
|
|
| |
การแต่งหน้าเค้ก |
|
| |
เมื่อเค้กสุกพักให้เย็น ควรนำมาตกแต่งหน้าให้สวยงามด้วยครีมชนิดต่าง
ๆ ตามชอบ จะทำให้เค้กดูน่า
รับประทานยิ่งขึ้น ทั้งยังให้รสชาติที่ดี ครีมที่นำมาพอกบนเค้กที่นิยมแต่งหน้าเค้กโดยทั่วไป
เช่น บัตเตอร์ครีม
ไอซิ่ง ช็อกโกแลตไอซิ่ง ช็อกโกแลตฟัจด์ ฯลฯ
|
|
| |
การตัดเค้ก |
|
| |
เค้กแต่ละชนิดมีวิธีการตัดที่ต่างกันหลายวิธี
ปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงก็คือขนาดและจำนวนชิ้นที่ต้องการจะตัด
ซึ่งขึ้นอยู่กับจำนวนชิ้นของเค้ก มีดที่ใช้สำหรับตัดเค้กควรมีลักษณะใบมีดบางคม
ปลายตรง เพื่อให้ได้เค้กที่ตัด
ออกมา เรียบเนียน ไม่มีเศษเค้กติด เพื่อป้องกันครีมเปื้อนติดมีดอาจนำมีดไปจุ่มในน้ำอุ่นก่อนการตัดเค้ก
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|