อาหารไทย ขนมไทย ขนมอบ อาหารว่าง อาหารนานาชาติ
ขณะนี้ท่านอยู่ที่  หน้าหลัก  ขนมอบ  พัฟเพสตรี้
 
 
  พัฟเพสตรี้
สูตรพัฟเพสตรี้

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
พัฟเพสตรี้
     
            พัฟเพสตรี้ คือ   ขนมอบชนิดหนึ่งที่เกิดจากชั้นของแป้งและไขมันบาง ๆ สลับกันหลาย ๆ ชั้น  เมื่อเข้าอบ
แล้วจะได้ขนมที่เบากรอบ และขึ้นเป็นชั้น  พัฟเพสตรี้เป็นแป้งผสมที่มีส่วนผสมหลัก คือ แป้งสาลี ไขมัน และน้ำ
ส่วนผสมรองได้แก่  ไข่ เกลือ น้ำตาล  ซึ่งส่วนผสมรองนี้ อาจจะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ตามแต่สูตรที่กำหนดให้ แต่ที่
ขาดไม่ได้สำหรับพัฟเพสตรี้   คือ    เพสตรี้มาการีนซึ่งเป็นมาการีนที่มีจุดละลายสูง      สามารถละลายได้ช้าใน
อุณหภูมิปกติ

 
   วัตถุดิบในการทำพัฟเพสตรี้  
   แป้งสาลี  
 
          แป้งสาลีจะมีผลต่อปริมาตรและการขึ้นชั้น แป้งสาลีที่เหมาะสมควรมีโปรตีนประมาณ 11% ถ้าใช้แป้ง
สาลีที่มีโปรตีนต่ำเกินไปจะทำให้ได้แป้งพัฟที่อ่อนตัวและฉีกขาดง่ายเวลารีดคลึง  ถ้าใช้แป้งที่มีโปรตีนสูงเกิน
ไป  ก้อนแป้งจะหดตัวง่ายเวลาคลึงและพายชั้นที่ได้จะเหนียว ฉะนั้นการใช้แป้งสาลีที่เหมาะสมต่อการทำพาย
ชั้น จึงต้องนำแป้งสาลีมาผสมกันระหว่างแป้งขนมปังกับแป้งเค้ก ในอัตราส่วน 1:2  เพื่อให้การรีดพับแผ่นโด
เป็นไปโดยง่าย

 
   ไขมัน  
 
          ไขมันที่ใช้ในการทำพัฟเพสตรี้มี 2 ส่วนคือ

 
             ไขมันอ่อน   คือพวกเนยขาวหรือมาการีน     ใช้ผสมในก้อนแป้งเพื่อให้ก้อนแป้งอ่อนตัวรีดคลึงได้ง่าย
             ปกติจะใช้ประมาณ  10 %
 
 
           เพสตรี้มาการีน ใช้ในการพับให้เกิดชั้น เพสตรี้มาการีนที่ดีควรมีจุดหลอมเหลวสูง มีลักษณะที่เรียกว่า
             พาสติกซิตี้ (plasticity)  คือ เหนียว รีดคลึงได้ง่าย ไม่ทะลักออกมาขณะรีดคลึง โดยปกติพายชั้นจะ
             ใช้เพสตรี้มาการีน 50 - 100 % ของน้ำหนักแป้ง และยิ่งใช้เพสตรี้มาการีนมากก็จะทำให้ได้ชั้นแป้ง
             ที่สูงขึ้น
 
 
          ถ้าจะใช้มาการีนธรรมดาแทน  เวลารีดคลึงแล้วมาการีนจะทะลักออกมาเลอะเทอะรีดคลึงลำบาก  เวลานำ
เข้าอบมาการีนจะละลายและไหลออกจากแผ่นแป้งเสียก่อนที่ไอน้ำในแป้งจะเดือดและดันตัวขึ้นไป
 
 
          ถ้าใช้เนยสด  เวลารีดคลึงจะต้องทำในห้องที่มีอุณหภูมิเย็น  เวลาพักแป้งจะต้องนำเข้าแช่ตู้เย็นตลอดเวลา
เพื่อไม่ให้เนยทะลักออกมา  เวลาเข้าอบเนยจะอ่อนตัวและละลายออกมาก่อนที่แป้งจะดันตัว ทำให้การขึ้นชั้นของ
แป้งไม่ดีเท่าที่ควร

 
   เกลือ  
 
          เกลือเป็นตัวเพิ่มรสชาติและทำให้กลูเต้นมีความเหนียวขึ้น ปกติจะใช้ประมาณ 1.0 - 1.5 %

 
   ไข่  
 
          การใส่ไข่จะช่วยทำให้มีสีสันของพายชั้นดีขึ้น  เป็นการเพิ่มคุณค่าทางอาหาร  และทำให้ขนมมีปริมาตร
มากขึ้น

 
   น้ำ  
 
          น้ำช่วยให้เกิดกลูเต้นในระหว่างการผสม นอกจากนั้นยังละลายส่วนผสมอื่น ๆ เช่น เกลือ น้ำตาล ให้ละลาย
ช่วยควบคุมความหนืดของโด

 
 

 ขั้นตอนการทำพัฟเพสตรี้

 
   ขั้นตอนแรก  
 
          เป็นการผสมแป้ง น้ำ และส่วนผสมอื่น ๆ  รวมทั้งไขมันส่วนหนึ่ง   ซึ่งไขมันที่ผสมในส่วนนี้จะเป็นไขมัน
อ่อน เช่นเนยสด มาการีน อาจมีไข่หรือไม่ก็ได้ โดยผสมทั้งหมดให้เป็นโด จนส่วนผสมไม่ติดมือ

 
   ขั้นตอนที่สอง  
 
          เป็นการนำโดที่พักไว้จากขั้นแรกมารีดเป็นแผ่น  วางด้วยเพสตรี้มาการีน  เมื่อห่อเพสตรี้มาการีนด้วยแผ่น
โดเรียบร้อยแล้ว   จึงนำมารีดคลึงให้เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแล้วพับทบแผ่นโด   ซึ่งมีการพับทบ 2 แบบด้วยกัน
คือ  พับ 3 ทบ และพับ 4 ทบ   เมื่อพับทบครั้งหนึ่งแล้วควรพักโดไว้ประมาณ 10 - 15 นาที  เพื่อโดจะได้มีการ
พักตัว  โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไขมันที่นำมาห่อนั้นเป็นไขมันที่มีจุดละลายต่ำ  หรือเป็นไขมันชนิดอ่อน จำเป็นมาก
ต่อการพักตัวของแป้งหลังจากการพับแต่ละครั้ง     และควรพักไว้ในตู้เย็นเพื่อให้ไขมันแข็งตัวไม่ละลายเยิ้มออก
มาเมื่อนำมารีดพับในครั้งต่อไป      เมื่อพักโดได้ที่แล้วจึงนำมารีดออกเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้าเท่าเดิมแล้วพับทบ
เหมือนครั้งแรก  ทำเช่นนี้ประมาณ 3 - 5 ครั้ง   ไม่ควรเกิน 5 ครั้ง  เพราะการรีดและการพับทบโดมากไปก็อาจ
ทำให้พัฟไม่ขึ้นเป็นชั้น เนื่องจากชั้นของเนยกับชั้นของแป้งจะเชื่อมติดกัน
 
 
          วัตถุประสงค์ของการรีดและการพับทบแป้งหลาย ๆ ครั้ง    หลังจากขั้นตอนการห่อเนยแล้ว    เพื่อสร้าง
โครงสร้างที่เป็นชั้นของแป้งและชั้นของไขมันสลับกันไป    ซึ่งจะได้แป้งพัฟที่มีลักษณะเป็นชั้นบาง ๆ  มากมาย
เมื่อนำไปอบในเตาอบ  ความร้อนจะทำให้น้ำที่มีอยู่ในแป้งเดือดและขยายตัว ทำให้ชั้นของแป้งแต่ละชั้นพองตัว
ขึ้น  และในขณะเดียวกันชั้นของเนยแต่ละชั้นก็จะละลายถูกดูดซึมไปในเนื้อแป้ง  เมื่ออบได้ที่แล้วแป้งพัฟจะแห้ง
กรอบ เบา  มีความเงามัน และจะอยู่ตัวโดยเห็นโครงสร้างเป็นชั้น ๆ   และเมื่อกัดหรือบิออกจะเห็นแผ่นแป้งเป็น
เกล็ดบาง ๆ หลุดออกมา ซึ่งเป็นลักษณะที่ดี
 
     
     
 
อ่านต่อหน้า 1 2 3  
 
 
   
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พศ. 2537
 
   
ห้ามลอกเลียน ทำสำเนา ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือไม่ว่ารูปแบบใด ๆ นอกจากจะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น